โกดังสินค้าคอมมิวนิตี้มอลล์สุดบรรเจิด เอเชียทีค

คอมมิวนิตี้มอลล์ที่เป็นที่รู้จักทั้งคนไทยและต่างประเทศในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ ไม่มีใครไม่นึกถึง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง 93 ที่มักจัดกิจกรรมตามเทศกาลโดยเฉพาะช่วงปีใหม่โดยมีสัญลักษณ์เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ การเดินทางมานั้นสามารถมาโดยรถเมล์สาย 1 75 จากหัวลำโพง และ BTS ลงสถานีตากสิน

บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันแสนงาม กับสัญลักษณ์สมอเรือของเอเชียทีค มีป้ายบอกประวัติศาสตร์ที่มาของสถานที่ มีรูปปั้นคนแบกข้าวสาร ตลอดเลียบทางเดินริมน้ำมีร้านค้าออกร้านในบรรยากาศชมวิวชิลริมน้ำด้านหน้าโกดัง โดยมีชิงช้าสวรรค์เป็นฉากหลัง ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปทั้งทั่วไปและโอกาสพิเศษต่างๆ

ทางเข้ามีบทนำถึงสถานที่นี้ว่าเดิมเป็นที่ตั้งวัดหลวงโชตนารามหรือวัดพระยาไกร ปี 2344 ได้มีการขนย้ายพระพุทธรูปเพื่อไปวัดสามจีนบังเอิญลวดสลิงขาดกะเทาะเห็นองค์พระทองคำด้านในคือหลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร ปี 2404 มีถนนเจริญกรุงถนนสายแรกของประเทศไทยตัดผ่าน มีการตั้งโรงเลื่อยยุคแรก เป็นท่าเรือการค้าในสยาม มีการก่อตั้งบริษัทแอนเดอเซ่นแอนด์โคของเดนมาร์กแล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นอีสต์เอเชียติก ปี 2437 ได้สร้างท่าเรือและโรงเลื่อยขึ้นที่หน้าวัดอันเกิดจากสนธิสัญญาเบาริงในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เปิดการค้าเสรี เกิดรถรางไฟฟ้าสายแรก ท่าเรือแห่งนี้กลายเป็นท่าเรือสำคัญและทันสมัยที่สุด โดยได้นำเครื่องจักรทันสมัยขนาดใหญ่และจักรกลไฟฟ้าเข้ามาเช่นปั้นจั่นรางเลื่อนพลังงานไฟฟ้า โกดังโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ในสมัยเดียวกับสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากยุโรป ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 ถูกใช้เป็นคลังแสง ฐานกำลังและเป็นที่ถลุงแร่จากกาญจนบุรีของกองทัพญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่ามีทางรถรางและหลุมหลบภัยอยู่ในบริเวณด้วย ปี 2527 ครบรอบ 100 ปีของอีสต์เอเชียติกและการปิดตัวของท่าเรือ ในปี 2555 สถานที่นี้ถูกพัฒนาให้เป็นโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปลี่ยนจาก “สยามเมืองแห่งแม่น้ำ” มาเป็น “สยามเมืองมหานคร”